วันศุกร์ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๖.๑๕ น. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ร่วมกับส่วนราชการ เทศบาลเมืองยโสธร จัดกิจกรรมตักบาตร วิถีถิ่น วิถีไทย ณ ถนนคนเดินหน้าวัดสิงห์ท่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร โดยมีนายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในกิจกรรม นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายชัยวัฒน์ แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางวิชชุฎา เข็มเพชร และ นางรพีพรรณ แสงศรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมตักบาตร พระภิกษุ/สามเณร จำนวน ๑๕ รูป ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร และพุทธศาสนิกชน จำนวน ๑๐๘ คน รวม ๑๒๓ รูป/คน
โอกาสนี้ พระครูอนุรักษ์วรดิตถ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองยโสธร เจ้าอาวาสวัดสิงห์ท่า ประธานฝ่ายสงฆ์ได้กล่าวสัมโมทนียกถาแก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญตักบาตรว่า…
เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา เป็นวันที่พระอาทิตย์โคจรมาตรงดิ่งกับประเทศไทย ซึ่งในทุกๆ ปีนั้นก็จะโคจรมาอยู่ในช่วงนี้ ในระหว่างวันที่ ๒๖ – ๒๘ เมษายน ในบางสถานที่ พระอาทิตย์ก็ตรงดิ่งทำให้เกิดอากาศร้อนในหลายๆ พื้นที่ แต่ด้วยบุญของประชาชนชาวไทยที่ได้สั่งสมมาร่วมกัน ทำให้เทวดานั้นได้ผ่อนคลาย หลายพื้นที่ทำให้เกิดฝนตก ซึ่งก็ตรงกันข้ามกับความร้อนที่สุด เกิดลมพัดทำให้อากาศนั้นเย็นชุ่มฉ่ำ เมื่อคืนที่ผ่านมาจังหวัดยโสธรของเรา แม้จะอยู่ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุด แต่ก็ได้มีลมพัดผ่านเอาความร้อนนั้นผ่านพัดไป ทำให้เมื่อคืนเกิดความผ่อนคลายของอากาศและมาถึงเช้าวันนี้ เป็นเช้าวันศุกร์ที่เราทั้งหลายได้มารวมกัน ตั้งอกตั้งใจบำเพ็ญบุญกุศล ในโอกาสเป็นกรณีพิเศษเพิ่มขึ้นจากทุกๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ทำให้ท้องฟ้ายังไม่มีแสงแดด ยังไม่มีความร้อนผ่านออกมา ทำให้เกิดความผ่อนคลายจากความร้อนได้มาก แม้จะมีความอบอ้าวของฤดูกาลอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นระยะของการผ่อนคลาย ดังนั้นท่านจึงกล่าวกันว่า สิ่งใดก็ตามที่จะเป็นที่พึ่งก็คือบุญกุศลนอกเหนือจากบุญกุศลนั้นไม่มี เมื่อมีบุญมีกุศลเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ร้อนก็จะคลาย สิ่งที่ร้ายก็จะผ่อนเป็นสิ่งที่ดี
ในโอกาสวันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ซึ่งพระองค์ท่านทรงเป็นหน่อเนื้อของราชวงศ์จักรีที่จะได้มาเป็นเสาหลักให้ประเทศชาติบ้านเมือง ในโอกาสที่เราจะได้พึ่งพาต่อไป พระพุทธองค์ท่านได้กล่าวตรัสสิ่งที่เป็นมงคลไว้ ๓๘ ประการ ว่าถ้าผู้ใดได้ประพฤติตามมงคล จะได้รับสิ่งที่เป็นมงคลแก่ชีวิต ในจำนวน ๓๘ ประการนั้น ข้อหนึ่งมีว่า “ปูชา จ ปูชนียานํ” การได้บูชาบุคคลที่ควรบูชา สถานที่ที่ควรบูชา สิ่งของที่ควรบูชานั้น ถือว่าเป็นมงคลอันสูงสุดแก่ชีวิต เราทุกคน ณ โอกาสนี้ได้มีสิ่งที่เราควรบูชาอยู่หลายประการ อย่างหนึ่ง เราได้มีพ่อ มีแม่ ซึ่งนั่นก็เป็นปูชนียบุคคล ตลอดทั้งครูบาอาจารย์ก็ถือว่าเป็นปูชนียบุคคลที่ให้วิชาความรู้ ได้ดูแลเรามาได้ดี นั่นก็คือการตอบแทนท่าน ควรที่จะบูชาท่าน ส่วนหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนพระสงฆ์ พระภิกษุ สามเณร ที่ได้ดำรงคงหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ให้เราได้มีแนวทางของการดำเนินชีวิต แนวทางของการปฏิบัติที่ถูกต้อง ไม่ได้รับความเดือดร้อน พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรบูชา พระพุทธปฏิมารูปเปรียบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือว่าเป็นองค์ตัวแทนของพระองค์เราก็ควรบูชา และสิ่งที่เราจะต้องเทิดทูนบูชาอยู่เสมอ นั่นก็คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะเป็นเสาหลักของประเทศชาติของแผ่นดิน ประเทศชาติจะมั่นคง แข็งแรงอยู่ได้ ก็ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นผู้ให้ความปกป้องคุ้มครองภัยต่างๆ เราจะมีความมั่นคงแข็งแรง มีความเจริญอยู่ดีมีสุข คลายจากทุกข์ภัยทั้งหลายก็เพราะเสาหลัก ซึ่งก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านจึงกล่าวว่า “คารโว จ นิวาโต จ” ความเคารพ ความนอบน้อม นั่นก็คือสิ่งที่เราประพฤติ ปฏิบัติ เพราะความเคารพซึ่งกันและกัน ผู้น้อยเคารพต่อผู้ใหญ่ เด็กเคารพผู้ใหญ่ นี่ก็เรียกว่าเป็นผู้ให้ความเคารพ หรือในหน้าที่การงาน ผู้ที่มีตำแหน่งน้อยกว่าก็ควรให้ความเคารพผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า อันนี้ก็คือเป็นวัฒนธรรมที่ดีของชาวโลก ดังนั้นความเคารพ ความนอบน้อม จึงเป็นบ่อเกิดแห่งความอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เราทั้งหลายได้บูชาในสิ่งที่ควรบูชาดังที่กล่าวไว้ในเบื้องต้น วันนี้ได้แสดงออกถึงสิ่งที่ควรออก ๒ ประการ คือ
๑. ได้แสดงออกซึ่งการบูชาด้วยอามิตบูชา ได้นำสิ่งของจำนวนมากมาใส่บาตร ถวายแก่พระภิกษุสงฆ์จำนวนหลายรูป
๒. การปฏิบัติบูชา ที่เกิดจากการทำบุญตักบาตร การนอบน้อม การคารวะ จึงทำให้พวกเรานั้นเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ มีเมตตาต่อกัน มีความปรารถนาดีต่อกัน มีความหวังดีต่อกัน ไม่รังแกหรือเบียดเบียนกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เท่าที่จะมีโอกาส เท่าที่จะช่วยเหลือกันได้ สิ่งเหล่านี้เรียกว่า “การปฏิบัติบูชา” ทำให้บ้านเมืองของเรานั้นมีความสงบ ความร่มเย็น น่าอยู่ เราต่างฝ่ายต่างก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกัน การปฏิบัติอย่างนี้ก็ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ถือว่าเรานั้น ได้ปฏิบัติตนเพื่อเป็นการบูชา ได้ช่วยเหลือกันและกัน แบ่งเบาภาระ ให้เสาหลักนั้น ท่านได้เบาใจที่พสกนิกรมีความเป็นอยู่อย่างสงบสุข ร่มเย็น นี่ก็คือการปฏิบัติบูชา
ในโอกาสที่ทุกๆ ท่านได้มาร่วมกันบูชาผู้ที่ควรบูชาหรือบุคคลที่ควรบูชา วัตถุที่ควรบูชา ทั้งอามิสบูชาและการปฏิบัติบูชาในเช้าวันนี้ ขอเราทั้งหลายทุกๆ ท่านได้ตั้งจิตตั้งใจให้เป็นกุศล อ้างอิงบุญกุศลที่เราได้กระทำพร้อมกันมา ด้วยการทำบุญตักบาตรก็ดี ด้วยการประพฤติ ปฏิบัติด้วยคุณงามความดีต่างๆ ที่ได้ปฏิบัติมาก็ดี ขอบุญกุศลที่ได้ร่วมกันปฏิบัติในโอกาสวันนี้ ได้รวมเป็นคารวะ เป็นเดชะ เป็นปัจจัยน้อมถวายเป็นกุศลแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ในวาระที่เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน ขอพระองค์ท่านทรงมีความเกษมสำราญ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ได้เป็นที่พึ่งของพสกนิกรชาวไทยตลอดกาล ตลอดไป และขอทุกท่านที่ได้มาร่วมบำเพ็ญกุศลในโอกาสวันนี้ ได้พบกับความสุขกาย สุขใจ อยู่ดีมีสุข ปราศจากทุกข์โศกโรคภัยทุกๆ ประการ ปรารถนาสิ่งหนึ่งประการใดที่เป็นไปโดยชอบ ขอสิ่งที่ปรารถนาทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น จงสัมฤทธิ์ผลตามที่ปรารถนาทุกๆ ประการทุกๆ ท่านเทอญ
ทั้งนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมได้แต่งกายด้วยชุดผ้าไทย เพื่อเป็นการรณรงค์ สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม
ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุข และมาตรการของจังหวัดยโสธรอย่างเคร่งครัด
www.m-culture.go.th/yasothon #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร #สวจยส. #yasothonculture #yasothon #culture #จังหวัดยโสธร #ยโสธร #ยส #วัฒนธรรมยโส #วัฒนธรรม