สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร จัดกิจกรรมตักบาตรย้อนยุค วิถีถิ่น วิถีไทย ณ ถนนคนเดินเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ในวันศุกร์ที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๕

วันศุกร์ที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๖.๑๐ น. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ร่วมกับส่วนราชการ เทศบาลเมืองยโสธร จัดกิจกรรมตักบาตรย้อนยุค วิถีถิ่น วิถีไทย ณ ถนนคนเดินเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร โดยมีนายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในกิจกรรม นายชัยวัฒน์ แสงศรี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางรพีพรรณ แสงศรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ ปลัดจังหวัดยโสธร นายสมชัย บูรณะ นายอำเภอเมืองยโสธร พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมตักบาตร พระภิกษุ/สามเณร จำนวน ๑๖ รูป ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร และพุทธศาสนิกชน จำนวน ๑๒๑ คน รวม ๑๓๗ รูป/คน
        โอกาสนี้ พระครูอนุรักษ์วรดิตถ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองยโสธร เจ้าอาวาสวัดสิงห์ท่า ประธานฝ่ายสงฆ์ได้กล่าวสัมโมทนียกถาแก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญตักบาตรว่า 
        "เริ่ม ๑ เมษายน เป็นต้นมา อากาศเริ่มหนาวเย็น จนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้สัมผัสอากาศร้อนของเดือนเมษายน มีคติโบราณหนึ่งที่บอกไว้ว่า อะไรก็ตามที่มันผิดฤดูกาลสิ่งนั้นก็เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ดี อย่างเช่นในปีนี้ที่ทางภาคใต้ก็มีฝนตก น้ำท่วม จนกระทั้งภาคเหนือมีฝนตกหนักมีน้ำป่าไหลหลาก เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นส่วนหนึ่ง ส่วนความไม่ประมาทเราก็เก็บไว้เป็นข้อคิด โดยความไม่ประมาทนั้นเป็นเหตุให้เราอยู่รอดปลอดภัยแม้กระทั้งสถานการณ์โรคภัยในขณะนี้ ถ้าความไม่ประมาทมี หลายท่านก็จะไม่ประสบภัย โรคภัย หรือประสบภัยเพียงเล็กน้อย พระพุทธเจ้าจึงกล่าวว่าความไม่ประมาทนั้นแหละที่ทำให้เราอยู่รอดได้ มีสุภาษิตบทหนึ่งที่พระองค์ได้กล่าวเตือนเราทุกคนทั้งหลายว่า ถ้าจะทำสิ่งใดให้ขวนขวายรีบเร่งตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงเลยไป เพราะถ้าหากว่ากาลเวลาผ่านพ้นไปล่วงเลยไปโดยที่เราชะล่าใจ คิดว่าเรายังเหลือเวลาอีกนาน ถ้าคิดอย่างนั้นแสดงว่าเป็นคนประมาท ท่านกล่าวว่ามีพราหมณ์คนหนึ่งตั้งใจว่าจะทำบุญ แต่ก็โดนความตระหนี่มาเบียดบังรุมเร้าจิตใจว่าอย่าพึ่งทำเลยจนทำให้เอาชนะจิตใจของเขาได้ เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ตัดสินใจว่าจะยากดีมีจนหรือมีหรือไม่มีขอทำบุญทำทานเสียเถิดแม้ความตระหนี่จะเข้ามาจะเป็นตายร้ายดี ฉันจะทำบุญให้ทาน พอทำบุญให้ทานเขาก็หายจากความยากจนนั้น พระสงฆ์ทั้งหลายประชาชนทั้งหลายจึงทูลถามพระพุทธเจ้าว่าการทำบุญจะมีผลแตกต่างกันอย่างไร พระพุทธองค์ก็ตรัสว่า วันคืน ผ่านไป พ้นไป ล่วงไป ไม่เคยรอใคร ดังนั้นบุคคลใดรีบเร่งขวนขวายบุคคลนั้นจะได้ประสบผลนั้นก่อน นักปราชญ์ท่านจึงกล่าวว่า จงกระทำในสิ่งที่ตนเองมีเป้าหมายตามความตั้งใจให้สำเร็จ ดังนั้นกาลเวลาที่มีอยู่นั้นให้ตั้งอกตั้งใจในสิ่งที่ตนเองต้องการกระทำวันคืนผ่านไปให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เหมือนกันกับท่านทั้งหลายที่มาทำบุญในเช้าวันนี้ ถือว่าไม่ได้ปล่อยโอกาสล่วงเลยไป รักษาโอกาสที่มีอยู่นี้เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ขออำนาจบุญกุศลที่เกิดขึ้นจากเจตนาอันเป็นบุญเป็นกุศลจากความตั้งอกตั้งใจมุ่งมั่นสร้างกุศลคุณงามความดีเหล่านี้ ตลอดคุณพระรัตนตรัยได้โปรดอำนวยพรให้ท่านได้พบกับความสุขกายสุขใจอยู่ดีมีสุขปราศจากทุกข์โศกโรคภัยปรารถนาสิ่งใดๆ ก็ให้สิ่งที่ปรารถนานั้นสัมฤทธิ์ผลทุกประการทุกๆ ท่านเทอญ”

         ทั้งนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมได้แต่งกายด้วยชุดผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น เพื่อเป็นการรณรงค์อัตลักษณ์ความเป็นไทยและสนับสนุนผ้าไทยผ้าท้องถิ่นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยของจังหวัดยโสธร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมและจังหวัดยโสธร
         ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดยโสธรอย่างเคร่งครัด

แชร์ข่าวนี้